
ที่มาภาพ: GSMArena
Google Assistant จะปิดให้บริการวันที่ 4 กันยายน 2567 พร้อมเปิดตัว AI Gemini แทน
⚡ สรุป 30 วิ
Google ประกาศยุติการให้บริการ Google Assistant ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2567 และจะเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI ใหม่ชื่อ Gemini ระบบใหม่จะค่อย ๆ แทนที่ฟังก์ชันบน…
Google ประกาศจะปิดบริการ Google Assistant ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2567 โดยให้ระบบใหม่ของบริษัท – โมเดล AI ชื่อ Gemini – เข้ามาทำหน้าที่แทน การยุติการให้บริการนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ก่อนที่ผู้ใช้งานทุกคนจะได้รับผลกระทบ ทั้งบนสมาร์ทโฟน แพลตฟอร์มสวมใส่ รถยนต์ และหูฟังบางรุ่น
Overview
Google Assistant ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 เพื่อเป็นผู้ช่วยเสียงที่ทำงานร่วมกับระบบ Android และบริการต่าง ๆ ของ Google อย่างต่อเนื่อง การปิดตัวของบริการนี้จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก ตามข้อมูลจากบล็อกของบริษัท การเปลี่ยนผ่านไปยัง Gemini มีเป้าหมายเพื่อเสริมความสามารถด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติและตอบสนองต่อคำสั่งที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
แม้ว่าการปิดบริการจะเริ่มต้นในวัน 4 กันยายน แต่ Google ระบุว่าอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงจะครอบคลุมผู้ใช้งานทุกคน ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้บางกลุ่มอาจยังคงพบฟังก์ชันของ Assistant อยู่จนกว่าจะมีการอัพเดตซอฟต์แวร์หรือเปลี่ยนไปใช้ Gemini อย่างเต็มรูปแบบ
Timeline & Rollout
วันแรกของการหยุดให้บริการกำหนดไว้ที่ 4 กันยายน 2567 โดยระบบจะค่อย ๆ ปิดการทำงานบนแต่ละแพลตฟอร์มตามขั้นตอนต่อเนื่อง การปิดนี้ไม่ได้หมายถึงการถอนแอปพลิเคชันออกจากเครื่องโดยตรง แต่เป็นการยกเลิกการเชื่อมต่อกับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ของ Assistant
Google แจ้งว่าในช่วงระยะเวลานี้ผู้ใช้จะยังคงเห็นไอคอนหรือคำสั่งบางอย่างที่แสดงถึง Assistant อยู่บ้าง เนื่องจากระบบปฏิบัติการต้องรอการอัปเดตใหม่เพื่อทำความสะอาดส่วนประกอบที่เหลือ การอัปเดตนี้คาดว่าจะถูกปล่อยผ่าน Google Play Store และช่องทางอัพเดท OTA ของผู้ผลิตอุปกรณ์
Affected Platforms
- Android – ระบบปฏิบัติการหลักของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทั้งหมดจะหยุดให้บริการ Assistant หลังจากวันที่กำหนด
- Wear OS – นาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ Wear OS จะไม่มีฟีเจอร์ผู้ช่วยเสียงต่อไป
- หูฟังที่พึ่งพาการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อใช้งาน Assistant (เช่น รุ่นที่ทำงานผ่าน Bluetooth) จะไม่สามารถเรียกใช้คำสั่งได้อีกต่อไป
- Android Auto – ระบบนำทางและบันเทิงในรถยนต์ที่อาศัยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนจะหยุดทำงานของ Assistant
อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ติดตั้งระบบ Android Automotive (ซึ่งเป็น Android เวอร์ชันสำหรับรถโดยตรง) จะยังคงให้บริการผู้ช่วยเสียงอยู่ เนื่องจากระบบนี้มีการฝังโมดูล Assistant ภายในตัวอุปกรณ์เอง ไม่พึ่งพาการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์
Transition to Gemini
Gemini เป็นโมเดล AI รุ่นถัดไปของ Google ที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกับ Bard แต่เน้นการเรียนรู้จากข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งข้อความ รูปภาพ และเสียง การเปลี่ยนผ่านนี้จึงมุ่งหวังให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม
Google ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคของ Gemini อย่างเต็มรูปแบบ แต่ตามที่บริษัทบล็อกระบุว่า โมเดลนี้สามารถทำความเข้าใจบริบทได้หลายขั้นตอนและมีความแม่นยำสูงในงานแปลภาษา การสรุปข้อมูล และการสร้างเนื้อหาแบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจยุติ Assistant ที่ใช้โมเดลเก่า
การเปลี่ยนผ่านจะต้องอาศัยการอัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการใหม่ ทั้งในระดับ Android และ Wear OS ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบว่ามีเวอร์ชันล่าสุดของ Google Play Services ติดตั้งอยู่หรือไม่ เพื่อให้สามารถเข้าถึง Gemini ได้ทันทีหลังจาก Assistant หยุดทำงาน
Industry Impact
การหยุดบริการ Google Assistant ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอุปกรณ์หลายรายที่เคยพึ่งพาเทคโนโลยีนี้เป็นฟีเจอร์หลัก เช่น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับกลาง‑ล่าง ที่ใช้ Assistant เป็นจุดขายด้านความสะดวกสบาย รวมถึงบริษัทหูฟังไร้สายบางแบรนด์ที่ให้ผู้ใช้เรียกคำสั่งด้วยเสียงผ่านโทรศัพท์
ในแง่ของตลาดบริการ AI เสียง การเปลี่ยนจาก Assistant ไปยัง Gemini แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นหลักกำลังเน้นย้ายไปสู่โมเดลที่สามารถทำงานได้หลายโหมด (multimodal) มากกว่าการตอบสนองคำสั่งพื้นฐานเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการอื่น ๆ เช่น Amazon Alexa หรือ Apple Siri อาจได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากผู้บริโภคอาจมองหาตัวเลือกสำรองเมื่อ Google ปิดบริการ
ในระดับองค์กรและนักพัฒนา แอปพลิเคชันที่ใช้ API ของ Assistant จะต้องปรับตัวเพื่อใช้งาน Gemini หรือหาแพลตฟอร์มอื่นแทน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการพัฒนาซอฟต์แวร์และทดสอบความเข้ากันได้กับระบบใหม่
Future Outlook
Google ยังไม่ได้ประกาศว่า Gemini จะเปิดตัวในรูปแบบผู้ช่วยเสียงที่เป็นสาธารณะหรือจะจำกัดเฉพาะบางผลิตภัณฑ์ การติดตามการอัปเดตต่อไปจึงสำคัญสำหรับผู้ใช้และนักพัฒนาที่ต้องการรักษาการทำงานของฟีเจอร์เสียงบนแอปพลิเคชันของตน
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ ย้ายจากบริการ AI แบบ “single‑modal” ไปสู่โมเดล “multimodal” น่าจะเป็นทิศทางหลักในอนาคต ผู้ใช้จึงควรเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มและอาจพิจารณาการสำรองข้อมูลหรือวิธีการโต้ตอบอื่น ๆ เช่น การใช้ข้อความหรือ UI แบบกราฟิกแทนเสียง
Summary
Google จะหยุดให้บริการ Google Assistant ตั้งแต่ 4 กันยายน 2567 เพื่อเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI ใหม่ชื่อ Gemini การปิดนี้จะส่งผลต่อ Android, Wear OS, หูฟังที่พึ่งพา Assistant และระบบ Android Auto แต่ยังคงทำงานบน Android Automotive ผู้ใช้และผู้พัฒนาจึงควรเตรียมพร้อมอัปเดตเพื่อรองรับ Gemini และปรับตัวตามแนวโน้ม AI แบบหลายโหมดในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Google Assistant is shutting down, here’s when
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- GSMArena
- วันที่เผยแพร่
- 6 สิงหาคม 2569 เวลา 06:02



