Meta จะใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI chatb…

ที่มาภาพ: Android Authority

AI-อ่าน 7 นาทีAndroid Authority

Meta จะใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI chatb…

⚡ สรุป 30 วิ

Meta เริ่มทดสอบใช้กิจกรรมบนแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามเพื่อปรับฟีดและคำตอบของ AI chatbot ให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้. ผู้ใช้สามารถปิดการปรับส่วนบุคคลได้…

Meta ประกาศว่าจะเริ่มใช้ข้อมูลกิจกรรมของผู้ใช้จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันภายนอกเพื่อปรับ ฟีดส่วนบุคคล และผลการโต้ตอบของ AI chatbot ของบริษัทในเร็ว ๆ นี้ การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มทดสอบในสหรัฐอเมริกาและบางประเทศอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนหน้า ผู้ใช้สามารถปิดการปรับส่วนบุคคลได้ แต่ Meta จะยังคงเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ตามเดิม

Overview

Meta เคยใช้ข้อมูลจากแอปและบริการของบุคคลที่สามเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มของตน ตามบล็อกโพสต์ของบริษัท การใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อปรับ ฟีดข่าว และการตอบสนองของ AI เป็นการขยายขอบเขตการประมวลผลข้อมูลที่เคยจำกัดไว้เฉพาะโฆษณา การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียที่พยายามเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเนื้อหาที่แสดงในหน้าแรก (home feed)

ในเชิงเทคนิค Meta จะดึงข้อมูลกิจกรรมเช่น การคลิก การดูหน้าเว็บ หรือการใช้แอปของบุคคลที่สามที่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผ่าน Meta Business Integration ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังระบบการเรียนรู้ของ AI เพื่อสร้างแบบจำลองผู้ใช้ที่ละเอียดขึ้นและตอบสนองต่อคำถามของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

Changes to Data Use

การใช้ข้อมูลจากภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ใช้กิจกรรมบนแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามเพื่อกำหนดลำดับความสำคัญของโพสต์ใน home feed
  • ใช้ข้อมูลเดียวกันเพื่อปรับคำตอบของ Meta AI chatbot ให้สอดคล้องกับความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้
  • ผู้ใช้สามารถเลือกปิดการปรับส่วนบุคคลของฟีดและ AI ได้ในตั้งค่า แต่ระบบยังคงเก็บข้อมูลพื้นฐานตามเงื่อนไขการให้บริการ

การเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างจากการใช้ข้อมูลเพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งานประจำวันของผู้ใช้บน Facebook, Instagram และแอปพลิเคชันอื่นของ Meta

User Controls & Privacy

Meta ให้ผู้ใช้มีตัวเลือกในการปิดการปรับส่วนบุคคลของฟีดและ AI ผ่านเมนูการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตามบริษัทระบุว่า การปิดใช้งานนี้ “จะไม่หยุดการเก็บข้อมูลกิจกรรมของคุณ” ข้อมูลที่เก็บไว้จะยังคงถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามนโยบายข้อมูลของบริษัท

ผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสามารถตรวจสอบและจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของแอปพลิเคชันบุคคลที่สามผ่านหน้า Meta Business Settings การตรวจสอบนี้ช่วยให้ผู้ใช้เห็นว่ามีการแชร์ข้อมูลใดบ้างและสามารถถอนการอนุญาตได้ตามต้องการ

โดยทั่วไป ความโปร่งใสในการสื่อสารของ Meta เกี่ยวกับการขยายขอบเขตการใช้ข้อมูลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจไม่ชัดเจนพอสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับเงื่อนไขบริการ การให้ข้อมูลเพิ่มเติมและตัวเลือกควบคุมที่ชัดเจนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้

Rollout Timeline

Meta ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่ม การทดสอบแบบจำกัด ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนหน้า ขั้นตอนการเปิดใช้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ทีมวิศวกรรมสามารถตรวจสอบผลกระทบต่อระบบและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้

ในช่วงแรก การอัปเดตจะถูกเปิดให้ผู้ใช้ที่มีการเชื่อมต่อกับแอปหรือบริการของบุคคลที่สามผ่าน Meta Business Integration ผู้ใช้ที่ไม่ได้เชื่อมต่อหรือที่ปิดการปรับส่วนบุคคลจะไม่รับผลกระทบจนกว่าจะมีการขยายการให้บริการในระดับทั่วโลก

บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยแผนการขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอื่น ๆ อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การนำเสนอเทคโนโลยี AI ที่ปรับตามพฤติกรรมผู้ใช้อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ Meta เพื่อเพิ่มเวลาในการอยู่บนแพลตฟอร์มและเสริมสร้างความผูกพันของผู้ใช้

Implications

การใช้ข้อมูลกิจกรรมจากภายนอกเพื่อปรับ home feed และ AI chatbot มีผลกระทบหลายด้าน จากมุมมองของผู้ใช้ การปรับฟีดให้สอดคล้องกับความสนใจอาจทำให้ผู้ใช้พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมากขึ้นและลดความยุ่งยากในการค้นหา แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ filter bubble ที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่จำกัดในมุมมองเดียว

สำหรับนักโฆษณาและผู้ประกอบการที่ใช้ Meta เป็นช่องทางการตลาด การขยายการใช้ข้อมูลอาจทำให้การกำหนดเป้าหมายโฆษณามีประสิทธิภาพสูงขึ้น ข้อมูลที่ถูกใช้เพื่อปรับฟีดและ AI สามารถช่วยให้โฆษณาถูกแสดงต่อผู้ใช้ที่มีแนวโน้มสนใจจริง ๆ อย่างไรก็ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลอาจทำให้ Meta ต้องเผชิญกับการตรวจสอบและการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติในอนาคต

ในระดับกว้าง การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการแข่งขันในตลาด AI ที่ผู้ให้บริการโซเชียลต้องหาแนวทางใหม่ในการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มคุณค่าของบริการ การประเมินผลระยะยาวว่าการใช้ข้อมูลภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI จะส่งผลต่อการใช้งานโดยรวมอย่างไร ยังคงต้องติดตามจากผลการทดสอบและการตอบรับของผู้ใช้

Summary

Meta จะเริ่มใช้ข้อมูลกิจกรรมจากเว็บไซต์และแอปภายนอกเพื่อปรับ ฟีดส่วนบุคคล และ AI chatbot โดยเปิดให้ผู้ใช้ปิดการปรับส่วนบุคคลได้แต่ไม่หยุดการเก็บข้อมูล การเปลี่ยนแปลงจะทดสอบในสหรัฐและหลายประเทศต่อจากเดือนหน้าและอาจมีผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้และกลยุทธ์การโฆษณาในอนาคต.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Meta now wants to use your activity from other websites to personalize its AI
ผู้เขียน
Akshay Gangwar
แหล่ง
Android Authority
วันที่เผยแพร่
10 มิถุนายน 2569 เวลา 15:13

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

iOS 27 เปิดแอป Siri สแตนด์อโลนบนหน้าจอหลักของ iPhoneAI
16 มิถุนายน 2569 เวลา 05:00

iOS 27 เปิดแอป Siri สแตนด์อโลนบนหน้าจอหลักของ iPhone

iOS 27 เปิดตัวแอป Siri แยกเป็นสแตนด์อโลนบนหน้าจอหลักของ iPhone ทำให้ผู้ใช้เรียกใช้บริการ AI ได้โดยตรงจากไอคอนเดียว…

9to5Mac8 นาที
ใช้ NotebookLM ของ Google กับ Claude ของ Anthropic แปลงข้…AI
16 มิถุนายน 2569 เวลา 03:30

ใช้ NotebookLM ของ Google กับ Claude ของ Anthropic แปลงข้…

ผู้เขียนทดลองใช้ NotebookLM ของ Google ร่วมกับ Claude ของ Anthropic เพื่อสรุปข้อมูลและแปลงเป็นขั้นตอนปฏิบัติ ลดเวลาการอ่านและจดโน้ตหลายชั่วโมง

XDA Developers6 นาที
ทดสอบอัปเดตใหญ่ของ NotebookLM 3 รายการและการยกเลิกฟีเจอร์…AI
15 มิถุนายน 2569 เวลา 21:30

ทดสอบอัปเดตใหญ่ของ NotebookLM 3 รายการและการยกเลิกฟีเจอร์…

NotebookLM ยังคงเป็น AI ช่วยวิจัยยอดนิยม ด้วยอัปเดต UI การสรุปแม่นยำขึ้นและความเร็วในการจัดการข้อมูล การยกเลิกฟีเจอร์เสียงแม้เงียบแต่เปลี่ยนวิธีใช้มาก

XDA Developers6 นาที
เกมอินดี้ต้องสร้าง Prototype ให้ดี มิใช่พึ่ง AI เพื่อรับเ…AI
15 มิถุนายน 2569 เวลา 17:00

เกมอินดี้ต้องสร้าง Prototype ให้ดี มิใช่พึ่ง AI เพื่อรับเ…

การสร้าง prototype เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ผู้จัดพิมพ์พิจารณาการลงทุน แต่การใช้ AI อย่างเร่งรีบอาจทำให้เกมสูญเสียเอกลักษณ์และความน่าเชื่อถือ ตามที่ผู้แทนจาก…

Rock Paper Shotgun7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!