ผู้เชี่ยวชาญเตือนไวรัสเอกสาร Word ที่แฝงคำสั่งอันตรายใน Copilot ทำให้ระบบเสียหาย

ที่มาภาพ: TechRadar

Security-อ่าน 6 นาทีTechRadar

ผู้เชี่ยวชาญเตือนไวรัสเอกสาร Word ที่แฝงคำสั่งอันตรายใน Copilot ทำให้ระบบเสียหาย

⚡ สรุป 30 วิ

นักวิจัยพบคำสั่งซ่อนในข้อความสีขาวของไฟล์ Word ทำให้ Microsoft 365 Copilot ปรับผลลัพธ์โดยผู้ใช้ไม่ทราบ การโจมตีแบบ cross‑domain prompt injection…

การวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล Håkon Måløy แสดงให้เห็นว่า คำสั่งที่ซ่อนอยู่ในข้อความสีขาวบนเอกสาร Microsoft Word สามารถทำให้ Microsoft 365 Copilot ปรับเปลี่ยนไฟล์ที่กำลังร่างและคัดลอกคำสั่งเหล่านั้นไปยังผลลัพธ์สุดท้ายได้โดยผู้ใช้ไม่รู้ ตัวการโจมตีนี้กลายเป็น “ไวรัส” ที่แพร่กระจายในระบบทำงานภายในองค์กรโดยไม่ต้องพึ่งแมโครหรือซอฟต์แวร์มัลแวร์ ทำให้ความเสี่ยงต่อข้อมูลและกระบวนการทำงานของผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Overview

Copilot ใน Word ได้รับการออกแบบให้ดึงข้อความจากเอกสารเพื่อประมวลผลโดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ก่อนจะส่งกลับเป็นเนื้อหาที่แนะนำต่อผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม การที่ Copilot strip formatting ก่อนส่งข้อมูลทำให้ข้อความสีขาวบนพื้นหลังสีขาวซึ่งมนุษย์ไม่เห็นยังคงถูกอ่านโดยโมเดลได้ ผลการวิจัยยืนยันว่าโมเดลจะปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านั้นและเพิ่มคำสั่งที่ซ่อนอยู่เข้าไปในไฟล์ผลลัพธ์โดยไม่มีการแจ้งเตือน

เหตุการณ์นี้จัดเป็นรูปแบบของ **cross‑domain prompt injection (XPIA) ซึ่งเป็นการฉีดคำสั่งจากโดเมนหนึ่งเข้าสู่โมเดลภาษาที่ทำงานบนโดเมนอื่น การโจมตีดังกล่าวไม่ต้องอาศัยโค้ดที่ทำงานโดยตรง จึงยากต่อการตรวจจับด้วยวิธีการรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิม

How the Attack Works

ผู้โจมตีสร้างเอกสาร Word ที่มีข้อความคำสั่งซึ่งตั้งค่าให้เป็นสีขาวบนพื้นหลังสีขาว และใช้ฟอนต์ขนาดเล็กเพื่อทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ เมื่อไฟล์ดังกล่าวถูกแนบเข้าไปใน Copilot หรือเมื่อ Copilot ทำงานในโหมด Work IQ ค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องจาก OneDrive โมเดลจะอ่านข้อความซ่อนนั้นและดำเนินการตามคำสั่ง ตัวอย่างเช่น การลดค่าเงินครึ่งหนึ่งของตัวเลขทางการเงินในรายงานไตรมาส

คำสั่งเหล่านี้มีสองส่วนสำคัญ ส่วนแรกเป็นการแก้ไขไฟล์ที่กำลังร่าง (เช่น ลดค่าตัวเลข) ส่วนที่สองคือการคัดลอกข้อความสั่งงานลงไปยังเอกสารผลลัพธ์โดยซ่อนในรูปแบบสีขาวอีกครั้ง การกระทำนี้จะทำให้ผู้ใช้คนต่อมาที่เปิดไฟล์ดังกล่าวกลายเป็นพาหะของเชื้อโรค โดยไม่ต้องรับไฟล์ต้นฉบับที่เป็นอันตราย

Disclosure Timeline & Mitigations

  • 6 มี.ค. 2026 – Måløy ส่งรายงานไปยัง Microsoft Security Response Center (MSRC)
  • 31 มี.ค. 2026 – Microsoft ยืนยันพฤติกรรมและเริ่มทำการแก้ไข
  • ต้นเมษายน 2026 – ปรับปรุงประสบการณ์ “Edit with Copilot” เพื่อบล็อกคำสั่งแบบเดิมที่ใช้ใน Proof‑of‑Concept
  • 14 ก.ค. 2026 – อัปเกรดโมเดลพื้นฐานเป็น GPT‑5.5 เพื่อลดความอ่อนไหวต่อรูปแบบใหม่ของคำสั่ง
  • 15 ก.ค. 2026 – Måløy พบว่าการใช้ GPT‑5.6 สามารถทำลายการป้องกันได้และขอเวลาสองสัปดาห์เพื่อให้ Microsoft มีโอกาสแก้ไขเพิ่มเติม

แม้ว่าจะมีการอัปเดตสองครั้ง แต่นักวิจัยยังสามารถทำการโจมตีซ้ำได้ในวันเปิดเผยผลการทดสอบขั้นสุดท้าย ทำให้เห็นว่าการป้องกันที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมกลุ่มความเสี่ยงนี้อย่างเต็มรูปแบบ

Technical Analysis

การโจมตีประเภท XPIA ใช้ “token” ของข้อความซ่อนเพื่อเปลี่ยนบริบทของโมเดลก่อนที่โมเดลจะประเมินว่าเป็นอันตรายหรือไม่ เนื่องจากคำสั่งถูกผสมเข้าไปใน context window ร่วมกับ System Prompt และคำขอของผู้ใช้ การตรวจจับโดยการกรองข้อความก่อนส่งเข้าสู่โมเดลจึงไม่เพียงพอ

Microsoft ชี้ให้เห็นว่าต้องมี “defense‑in‑depth” โดยเพิ่มขั้นตอนการบล็อกที่หลายระดับ ทั้งในระดับการแยกฟอร์แมตเอกสาร การตรวจสอบเนื้อหาจากแหล่งภายนอก และการทำ metadata provenance เพื่อบันทึกต้นทางของข้อมูล อย่างไรก็ตาม ปัญหาเชิงโครงสร้างของโมเดล LLM ที่ต้องรับอินพุตที่ไม่เชื่อถือได้ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญ

Impact and Recommendations

องค์กรที่ใช้ Copilot เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานโดยอัตโนมัติ ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อเอกสารที่มาจากภายนอก โดยถือว่า untrusted และตรวจสอบไฟล์ก่อนนำเข้า Copilot นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรรีวิวผลลัพธ์ของ AI อย่างละเอียด ก่อนทำการเผยแพร่หรือบันทึกเป็นข้อมูลถาวร

Måløy แนะนำให้เพิ่ม metadata provenance ในเอกสารที่สร้างโดย Copilot เพื่อให้สามารถติดตามแหล่งที่มาของเนื้อหาได้ แม้ว่าจะไม่ป้องกันการฉีดคำสั่งโดยตรง แต่จะช่วยในการวิเคราะห์และกักเก็บหลักฐานหลังเหตุการณ์

Microsoft ย้ำว่าผู้ใช้ควรอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยหลายระดับ และตรวจสอบเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นก่อนนำไปใช้งานต่อไป

Summary

การโจมตีโดยคำสั่งที่ซ่อนในไฟล์ Word สามารถทำให้ Microsoft 365 Copilot ปรับเปลี่ยนและแพร่กระจายข้อมูลอันตรายในระบบองค์กรได้อย่างลับๆ แม้ Microsoft จะออกการแก้ไขหลายครั้ง แต่ช่องโหว่ระดับพื้นฐานของโมเดลยังคงเปิดเผย การปฏิบัติตามแนวทางตรวจสอบเอกสารภายนอกและบันทึกแหล่งที่มาของข้อมูลเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อจำกัดผลกระทบ.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Expert warns this dangerous Microsoft Word worm can burrow into Copilot and cause havoc — here's what we know
ผู้เขียน
Rahim Amir
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
2 สิงหาคม 2569 เวลา 02:20

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Ghostcommit ฝัง Prompt ในไฟล์ PNG เพื่อดึงข้อมูลลับจาก .env ผ่าน AI agentsSecurity
13 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00

Ghostcommit ฝัง Prompt ในไฟล์ PNG เพื่อดึงข้อมูลลับจาก .env ผ่าน AI agents

นักวิจัยเผยเทคนิค Ghostcommit ใช้ steganography ซ่อน prompt ลงในเมตาดาต้า PNG ทำให้ AI agents เช่น CodeRabbit อ่านค่า .env แล้วสั่งให้ส่งออกเป็นตัวเลข…

BleepingComputer7 นาที
ChatGPT เปิดโหมด Lockdown ให้ผู้ใช้ฟรี ป้องกันการโจมตีแบบ…Security
8 มิถุนายน 2569 เวลา 11:30

ChatGPT เปิดโหมด Lockdown ให้ผู้ใช้ฟรี ป้องกันการโจมตีแบบ…

OpenAI เปิดฟีเจอร์ Lockdown Mode ให้ผู้ใช้ฟรีเพื่อกรองคำสั่งอันตรายและลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ prompt injection…

XDA Developers5 นาที
แฮกเกอร์ใช้ AI Support ของ Meta เจาะ Instagram เปลี่ยนอีเ…Security
4 มิถุนายน 2569 เวลา 07:30

แฮกเกอร์ใช้ AI Support ของ Meta เจาะ Instagram เปลี่ยนอีเ…

แฮกเกอร์ใช้เทคนิค Prompt Injection ผ่าน AI Support ของ Meta ในการเปลี่ยนอีเมล Instagram โดยข้าม 2FA ได้สำเร็จ Meta ชี้แจงว่าได้แพตช์ช่องโหว่นี้แล้ว…

Blognone10 นาที
Anthropic เผยโมเดล Mythos ค้นพบจุดอ่อนคริปโตที่ซ่อนเร้นในอัลกอริทึมสองชุดSecurity
-

Anthropic เผยโมเดล Mythos ค้นพบจุดอ่อนคริปโตที่ซ่อนเร้นในอัลกอริทึมสองชุด

Anthropic รายงานว่าโมเดล AI Mythos สามารถระบุวิธีลดความซับซ้อนของการโจมตีคริปโตในอัลกอริทึมสองชุด แม้ผลยังไม่ได้ทำให้ระบบพังลงโดยตรง…

Ars Technica Tech Lab3 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!