
ที่มาภาพ: DroidSans
ไทยปฏิเสธ SpaceX ตั้งบริษัทและถือหุ้น 100% ในกิจการโทรคมนาคมดาวเทียม ลั่นกระทบอธิปไตย
⚡ สรุป 30 วิ
ไทยยืนยันไม่อนุญาตให้ SpaceX หรือบริษัทต่างชาติถือหุ้น 100% ในกิจการโทรคมนาคมดาวเทียม LEO ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ…
ในการเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบริการ โทรคมนาคมดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low-Earth Orbit Satellite) ที่มีบริษัทต่างชาติเป็นเจ้าของหุ้น 100% โดยทางการไทยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความเชื่อมโยงอย่างยิ่งกับความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ ด้วยเหตุนี้ จึงมีแนวโน้มว่าจะไม่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ เข้ามาจัดตั้งกิจการโทรคมนาคมในลักษณะดังกล่าวได้ ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยผ่านการสัมภาษณ์ของ ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ระบุถึงข้อจำกัดในหัวข้อการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยระบุว่า มีเพียงกลุ่มธุรกิจเดียวที่ไทยจะไม่ยอมให้มีการลงทุนอย่างเสรี คือบริการโทรคมนาคมดาวเทียมวงโคจรต่ำ นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงบริษัทสหรัฐฯ ที่ให้ความสนใจในตลาดนี้อย่างจริงจัง ซึ่งคือ SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ที่กำลังพยายามขยายบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink** เข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
บริบททางกฎหมายและการจำกัดการลงทุน
การจำกัดการลงทุนของต่างชาติในกิจการโทรคมนาคมของไทยนั้น มีการยึดหลักการและกฎหมายที่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ในอดีต ไทยเคยมีข้อกำหนดที่จำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในกิจการโทรคมนาคมไว้ที่ ไม่เกินร้อยละ 49 ซึ่งเป็นมาตรการที่ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องและยังคงเป็นหลักการสำคัญในการเจรจาครั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการควบคุมโครงสร้างและอำนาจในการขับเคลื่อนกิจการโทรคมนาคมหลักของชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงกรณีที่ไทยเคยปฏิเสธข้อเสนอของ SpaceX ในการตั้งบริษัทลูกโดยที่ต่างชาติถือหุ้น 100% ไปแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งตอกย้ำถึงความหนักแน่นในการยืนยันหลักการเดิมของประเทศในประเด็นนี้
การขยายบริการ Starlink และความท้าทายของไทย
SpaceX ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทที่ได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ได้มีความพยายามในการขยายขีดความสามารถในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม Starlink เข้ามายังประเทศไทย การให้บริการผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ถูกมองว่าเป็นทางเลือกสำคัญในการให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่โครงข่ายภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของบริการระดับโลกเช่นนี้ ต้องเผชิญกับกรอบกฎหมายและนโยบายของประเทศที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติ การยืนยันของกระทรวงพาณิชย์ที่ว่า ประเด็นโทรคมนาคมดาวเทียมเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวที่จะไม่เปิดให้ลงทุนอย่างเสรี ชี้ให้เห็นถึงความระมัดระวังและมาตรการเชิงป้องกันที่รัฐบาลไทยใช้ในการพิจารณาการลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวสูงเช่นนี้
การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ รอบใหม่
นอกเหนือจากประเด็นทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมแล้ว การเจรจาการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม 2026 ยังครอบคลุมถึงประเด็นเศรษฐกิจที่หลากหลายระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยไทยได้แสดงความพร้อมในการตอบรับข้อเสนอหรือการจัดซื้อสินค้าและบริการบางประเภทจากสหรัฐฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเจรจาครั้งนี้มีการระบุรายการสินค้าที่ไทยพร้อมจัดซื้อหรือดำเนินการตามข้อตกลง ได้แก่ เครื่องบิน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG), ถั่วเหลือง และข้าวโพด ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของไทย
ข้อตกลงทางการค้าและมาตรการลดภาษี
ในมิติของการค้าสินค้า นอกจากรายการสินค้าที่จะมีการจัดซื้อแล้ว ยังมีการพูดถึงการปรับปรุงมาตรฐานและอัตราภาษีนำเข้าด้วย โดยไทยได้ระบุความพร้อมในการดำเนินการหลายส่วนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาครั้งนี้ หนึ่งในข้อเสนอที่ถูกกล่าวถึงคือ การปรับลดภาษีนำเข้าบางประเภทให้เหลือ ร้อยละ 0 รวมถึงการยอมรับมาตรฐานสินค้าบางประเภท อาทิ เนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ด้วย ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบและอุปสรรคทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ
เป้าหมายเศรษฐกิจและการควบคุมอัตราภาษี
กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการควบคุมอัตราภาษีนำเข้าโดยรวม โดยตั้งเป้าให้ต่ำกว่า ร้อยละ 19 ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงการดำเนินการที่เคยตกลงไว้กับสหรัฐฯ เมื่อปีก่อนหน้า การกำหนดตัวเลขเป้าหมายนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ทางการค้าของไทยอย่างรอบด้าน การบริหารจัดการภาษีนำเข้าจึงเป็นกลไกสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนข้อตกลงการค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการและประชาชนในประเทศ
บทวิเคราะห์และการยืนยันอธิปไตย
การที่ไทยยืนยันหลักการไม่ให้บริษัทต่างชาติถือหุ้น 100% ในกิจการโทรคมนาคมดาวเทียม ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยึดตามกฎหมาย แต่เป็นการแสดงจุดยืนที่หนักแน่นในเรื่องของ ความมั่นคงแห่งชาติ และ อธิปไตย ของประเทศ ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด การควบคุมเจ้าของกิจการหลักในอุตสาหกรรมนี้จึงถูกมองว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการถูกครอบงำทางเทคโนโลยีจากภายนอก การดำเนินการนี้จึงเป็นตัวอย่างของการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ เหนือกว่าผลประโยชน์ทางการค้าในระยะสั้น
Summary
ไทยยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้บริษัทต่างชาติอย่าง SpaceX เข้ามาจัดตั้งกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมวงโคจรต่ำ โดยการถือหุ้น 100% เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ นอกจากนี้ ในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ไทยพร้อมจัดซื้อสินค้าหลายรายการและตั้งเป้าลดอัตราภาษีนำเข้าให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าร้อยละ 19 เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- ไทยปฏิเสธ SpaceX ไม่ให้ตั้งบริษัท และถือหุ้น 100% ชี้กระทบอธิปไตยของประเทศ
- ผู้เขียน
- empressKiM
- แหล่ง
- DroidSans
- วันที่เผยแพร่
- 7 สิงหาคม 2569 เวลา 06:30



