
ที่มาภาพ: TechRadar
กองทัพอากาศสหรัฐยืนยัน F‑47 จะเริ่มบินทดลองในปี 2028
⚡ สรุป 30 วิ
โครงการ Next Generation Air Dominance ย้ำว่าเครื่ืองรบรุ่นใหม่จะเริ่มบินทดลองในปี 2028 พร้อมแผนซื้ออย่างน้อย 185 ลำเพื่อแทนที่ F‑22 Raptor.
การอากาศยานรบรุ่นใหม่ของกองทัพอากาศสหรัฐ — F‑47 — ได้รับการยืนยันว่าจะทำการบินทดลองครั้งแรกในปี 2028 ภายใต้โครงการ Next Generation Air Dominance (NGAD) ซึ่งมุ่งแทนที่เครื่อง F‑22 Raptor รุ่นเก่า การคาดการณ์นี้สำคัญเพราะแสดงให้เห็นว่าโครงการยังเดินหน้าตามกำหนดภายในยุคบริหารของสหรัฐฯ ปัจจุบันกองทัพอากาศตั้งเป้าซื้ออย่างน้อย 185 ลำ เพื่อรักษาความเหนือชั้นทางอากาศของประเทศ
Overview
กองทัพอากาศสหรัฐได้ประกาศว่าโครงการพัฒนาเครื่องรบรุ่นที่หกนี้อยู่ในขั้นตอน “Engineering and Manufacturing Development” (EMD) ซึ่งเป็นช่วงที่มุ่งเน้นการรวมระบบต่าง ๆ ของเครื่องบิน, ปรับปรุงประสิทธิภาพ, และผลิตต้นแบบจำนวนจำกัดเพื่อทำการทดสอบตามแผน งานนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนจะเข้าสู่การผลิตระดับต่ำ (Low‑Rate Initial Production) อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเครื่องที่จะผลิตในช่วงทดลอง
ผู้บริหารระดับสูงของกองทัพอากาศย้ำว่าโครงการมีความพร้อมในระดับ “unprecedented maturity” ก่อนที่กิจกรรมการผลิตจะขยายตัวขึ้น การพัฒนานี้เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างบอร์ดิงและผู้รับเหมาหลายฝ่าย ซึ่งตามที่ General Dale White กรรมาธิการระบบอาวุธสำคัญกล่าว “เรามีการทำงานแบบ extreme teaming” ทำให้กระบวนการออกแบบและทดสอบเดินหน้าได้เร็วกว่าโครงการก่อนหน้า
Development Progress
ในช่วง EMD ทีมวิศวกรกำลังดำเนินการต่อไปดังนี้
- รวมระบบอากาศยาน (avionics, sensor fusion, ไฟฟ้า) ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ
- ปรับแต่งประสิทธิภาพ ของเครื่องบินเพื่อให้ได้ความเร็วและความคล่องตัวตามที่กำหนดไว้ในสเปคของ NGAD
- ผลิตต้นแบบทดสอบ จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลการบินและระบบต่อเนื่อง
กระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “family of systems” ที่มุ่งรวมเครื่องบินคนขับกับ Collaborative Combat Aircraft (CCA) ให้ทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่ถูกต่อต้านอย่างเข้มข้น การพัฒนานี้จึงไม่เพียงแต่เน้นไปที่การสร้างเครื่องบินเดียว แต่ยังคำนึงถึงการทำงานแบบเครือข่ายของระบบหลายประเภท
Funding & Procurement
งบประมาณสำหรับโครงการ F‑47 ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากรัฐสภาสหรัฐฯ ตามข้อมูลล่าสุด
- FY 2026: ได้รับเงินทุน $3.45 billion**
- FY 2027 (คำขอ): มากกว่า $5 billion**
จำนวนเครื่องที่คาดว่าจะจัดซื้อคือ 185 ลำ ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนของ F‑22 ที่จะถูกถอดถอนในอนาคต การลงทุนระดับนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการรักษา “air superiority” ให้ต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการอาวุธรบขั้นสูงเช่นนี้มักเผชิญกับความล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการพัฒนา
Technical Features
เครื่อง F‑47 ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างโมดูลาร์ ซึ่งหมายถึงสามารถอัปเกรดหรือเปลี่ยนแปลงระบบต่าง ๆ ได้ง่ายตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเพิ่มระยะทำลายศัตรู (long‑range strike) เพื่อรองรับความต้องการของภารกิจที่มีการขยายตัว
- โมดูลาร์ดีไซน์ รองรับการติดตั้งเซนเซอร์และอาวุธรูปแบบใหม่โดยไม่ต้องออกแบบเครื่องใหม่ทั้งหมด
- ระบบเซ็นเซอร์ผสานข้อมูล (sensor fusion) ให้ภาพรวมของสนามรบที่ครอบคลุมและแม่นยำกว่าเดิม
- ขีดความสามารถด้านระยะบิน ที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้เครื่องสามารถทำภารกิจโจมตีจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องอาศัยฐานทัพกลาง
แม้ว่าข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสเปคเฉพาะยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเต็มที่ แต่การออกแบบเหล่านี้บ่งชี้ว่า F‑47 จะครอบคลุมคุณสมบัติหลายด้าน ได้แก่ ความเร็ว, การเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ (maneuverability), และความจุของเพย์โหลด (payload) ที่สูงขึ้น
Strategic Implications
การเปิดตัวเครื่องรบรุ่นใหม่ในปี 2028 มีผลต่อการวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ทางอากาศของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โครงการ NGAD ไม่ได้มองว่า F‑47 จะเป็นเพียงเครื่องบินคนขับเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายที่รวม CCA และระบบสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อสร้าง “air dominance” ที่ครอบคลุมหลายมิติ
ตามคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ที่เคยอ้างว่าเครื่องนี้ไม่มีใครเทียบได้ในด้านความเร็ว, การทำให้เป็นไปได้ในการบรรทุกอาวุธและระบบที่หลากหลาย โครงการจึงถูกพิจารณาเป็น “การตอบโต้ต่อภัยคุกคามระดับสูง” ของศัตรูที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเช่น ระบบต่อต้านอากาศยาน (A2/AD) และโดรนสมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม ประวัติของเครื่องบินรบรุ่นล้ำสมัยมักเผชิญกับความท้าทายด้านเทคนิคและการเงิน การรักษาเส้นทางตามกำหนดเวลาและงบประมาณจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่า F‑47 จะเข้าสู่การปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์
Summary
กองทัพอากาศสหรัฐยืนยันว่าเครื่อง F‑47 ยังคงอยู่ในกำหนดการบินทดลองปี 2028 พร้อมกับการจัดหาอย่างน้อย 185 ลำ ภายใต้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ การพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ NGAD ที่มุ่งสร้างระบบเครือข่ายอากาศยานเพื่อรักษาความเหนือชั้นทางอากาศของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- US Air Force says the F-47 'will fly in this administration' — new super jet set to replace the F-22 is still set to arrive in 2028
- ผู้เขียน
- Efosa Udinmwen
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 7 สิงหาคม 2569 เวลา 05:45



