
ที่มาภาพ: XDA Developers
AI ทำให้ตลาดฮาร์ดไดรฟ์ขาดแคลน เปลี่ยนวิธีสร้าง NAS ในอนาคต
⚡ สรุป 30 วิ
การระเบิดของ AI ทำให้ความต้องการ DRAM และ HDD พุ่งสูง ส่งผลให้ราคาฮาร์ดไดรฟ์เพิ่มขึ้นและสินค้าขาดแคลนจนถึงปี 2028…
การระเบิดของ AI ทำให้ความต้องการหน่วยความจำแบบ DRAM พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบที่คาดไม่ถึงก็คือราคาฮาร์ดไดรฟ์ (HDD) ที่กำลังพุ่งแรงเช่นกัน บริษัทผู้ผลิตระดับโลก Western Digital และ Seagate ประกาศว่าตลาดฮาร์ดไดรฟ์จะขาดแคลนจนไม่มีสินค้าพร้อมจำหน่ายสำหรับปี 2026‑2028 ทำให้ผู้บริโภคและองค์กรต้องเผชิญกับความลำบากในการจัดหาอุปกรณ์เก็บข้อมูล
Overview
การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทำให้ศูนย์ประมวลผลหลายแห่งเพิ่มขนาดหน่วยความจำแบบ DRAM เพื่อรองรับโมเดลที่มีพารามิเตอร์จำนวนมาก ผลกระทบโดยอ้อมคือความต้องการฮาร์ดไดรฟ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลฝึกอบรมและผลลัพธ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก AI จำเป็นต้องใช้พื้นที่จัดเก็บขนาดเทราไบต์ต่อโปรเจกต์หลาย ๆ ครั้ง นี่ทำให้ตลาด HDD ต้องเผชิญกับแรงซื้อที่เหนือคาด
Company Statements
Western Digital แจ้งต่อนักลงทุนว่าในปีนี้บริษัทได้ขายอุปกรณ์ฮาร์ดไดรฟ์ครบจำนวนสำหรับ ปฏิทิน 2026 แล้ว และมีสัญญาระยะยาวครอบคลุมถึง ปี 2027‑2028 ซึ่งหมายความว่าตลอดช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทจะไม่มีสินค้าพร้อมจัดส่งให้กับลูกค้าใหม่หรือผู้ซื้อเพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน Seagate ให้ข้อมูลเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ความจุ “nearline” ของบริษัทอยู่ในระดับที่ใกล้ถึงการเต็มกำลังผลิตแล้วและคาดว่าจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้จนกว่าปีต่อ ๆ ไป
Pricing Impact
ราคาฮาร์ดไดรฟ์บนท้องตลาดเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ต้นปี 2024 ราคาขายปลีกของรุ่น 8 TB เพิ่มจากระดับ $120 ขึ้นไปเป็นประมาณ $180‑200 ต่อเครื่อง นอกจากราคาที่เพิ่มสูงแล้ว ระยะเวลาการจัดส่ง (lead time) ที่เคยใช้ไม่กี่สัปดาห์ ปัจจุบันอาจต้องรอหลายเดือนตามข้อมูลของผู้จัดจำหน่ายหลายแห่ง
- ปี 2026 – สินค้าฮาร์ดไดรฟ์หมดขายทั้งหมด
- ปี 2027 – มีสัญญาการผลิตระยะยาวครอบคลุมโดย Western Digital และ Seagate
- ปี 2028 – ความพร้อมของสินค้ายังคงอยู่ในระดับจำกัด
Implications for Consumers and Enterprises
ผู้ใช้ส่วนบุคคลที่ต้องการอัปเกรด NAS หรือเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับสตรีมมิ่งและสำรองข้อมูลต้องเผชิญกับราคาที่สูงขึ้นและเวลารอคอยที่ยาวนาน การวางแผนล่วงหน้าจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น อีกด้านหนึ่งขององค์กรขนาดใหญ่ซึ่งพึ่งพา “nearline storage” สำหรับการสำรองข้อมูลระดับธุรกิจหรือระบบคลังข้อมูล ต้องพิจารณาการปรับโครงสร้างอุปกรณ์เก็บข้อมูล เช่น ย้ายไปใช้ SSD ที่มีราคาสูงกว่าแต่สามารถตอบสนองความต้องการ I/O ได้เร็วขึ้น หรือทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับผู้ผลิตเพื่อรับประกันปริมาณสินค้า
Analysis
จากมุมมองของอุตสาหกรรม การขาดแคลนฮาร์ดไดรฟ์นี้สะท้อนถึง “bottleneck” ของห่วงโซ่อุปกรณ์ที่ยังคงพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตแบบเดิม ซึ่งไม่สามารถตอบสนองความต้องการของ AI อย่างรวดเร็วได้ ความสัมพันธ์ระหว่าง DRAM กับ HDD ทำให้การเพิ่มกำลังการผลิตของหนึ่งอย่างอาจทำให้ด้านอื่น ๆ ขาดแคลน การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เช่น SMR (Shingled Magnetic Recording) หรือ HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) อาจเป็นทางออกในระยะกลาง‑ยาว แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อให้เข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
Impact on the NAS Market
นักสร้างระบบเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (NAS) ต้องปรับวิธีออกแบบและเลือกอุปกรณ์ใหม่ เนื่องจากการจัดหา HDD รุ่นความจุสูงยังเป็นเรื่องท้าทาย ผู้ผลิต NAS ชั้นนำเริ่มเสนอตัวเลือกที่ผสมผสาน SSD กับ HDD เพื่อลดปริมาณ HDD ที่ต้องใช้ในระบบเดียวกัน นอกจากนี้ การให้บริการคลาวด์เก็บข้อมูลแบบ “cold storage” ก็เพิ่มความนิยมขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาฮาร์ดไดรฟ์แบบกายภาพโดยตรง
Summary
AI boom ทำให้ตลาดฮาร์ดไดรฟ์เผชิญกับการขาดแคลนจนถึงปี 2028 ตามข้อมูลจาก Western Digital และ Seagate ราคาฮาร์ดไดรฟ์พุ่งสูงและระยะเวลาการจัดส่งยาวขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคและองค์กรต้องปรับกลยุทธ์การเก็บข้อมูลอย่างเร่งด่วน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- The AI hard drive shortage is a real problem, and it's changing how I'd build my next NAS
- ผู้เขียน
- Ty Sherback
- แหล่ง
- XDA Developers
- วันที่เผยแพร่
- 6 สิงหาคม 2569 เวลา 01:30



