
ที่มาภาพ: DroidSans
วิธีสำรองไดรเวอร์ Windows 10 และ 11 ด้วย DISM Command จัดการก่อนติดตั้งระบบใหม่
⚡ สรุป 30 วิ
DISM เป็นเครื่องมือใน Windows ที่สามารถใช้คำสั่งเดียวสำรองไดรเวอร์ทั้งหมดไปยังโฟลเดอร์ที่กำหนดได้ ก่อนติดตั้งระบบใหม่ ผู้ใช้ควรเก็บโฟลเดอร์นี้ไว้ในสื่อภายนอก…
ในกระบวนการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Windows 10 หรือ Windows 11 ผู้ใช้งานมักจะต้องเสียเวลาในการค้นหาและติดตั้งไดรเวอร์ชุดต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้คอมพิวเตอร์กลับมาทำงานได้ตามปกติ การดำเนินการที่ต้องไล่ติดตั้งไดรเวอร์ทีละส่วนนี้อาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและกินเวลาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์หลากหลายชิ้น หรือเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการสำรองไดรเวอร์ที่จำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้งานทุกคนควรทราบถึงวิธีการทำ
ทางออกสำหรับปัญหานี้ คือการใช้เครื่องมือที่มีมากับระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว นั่นคือ **Deployment Image Servicing and Management (DISM) ซึ่งเป็นคำสั่งบรรทัดคำสั่งที่ทรงพลัง สามารถทำหน้าที่สำรองแพ็กเกจไดรเวอร์ทั้งหมดที่เคยติดตั้งและใช้งานอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโปรแกรมสำรองข้อมูลภายนอกใดๆ เลย การใช้คำสั่งเดียวสามารถคัดลอกข้อมูลไดรเวอร์จำนวนมากไปยังโฟลเดอร์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บชุดข้อมูลสำคัญนี้ไว้เผื่อกรณีที่ต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดิม หรือย้ายข้อมูลไปใช้งานบนเครื่องใหม่ที่มีสเปคคล้ายคลึงกัน
การดำเนินการสำรองไดรเวอร์ด้วยคำสั่ง DISM นั้นมีความง่ายดายกว่าที่หลายคนอาจคิด เพียงแค่เตรียมพื้นที่จัดเก็บภายนอกที่เชื่อถือได้ เช่น แฟลชไดรฟ์ หรือฮาร์ดดิสก์ภายนอก เพื่อใช้เป็นที่เก็บสำรอง และดำเนินการตามขั้นตอนพื้นฐานในระบบปฏิบัติการ Windows 10 และ Windows 11 โดยผู้ใช้ต้องเปิด Command Prompt (CMD) ในโหมดผู้ดูแลระบบ (Run as administrator) เป็นอันดับแรก หลังจากเปิดโปรแกรมแล้ว ผู้ใช้เพียงแค่พิมพ์คำสั่งที่เฉพาะเจาะจงลงไป ซึ่งก็คือ `dism /online /export-driver /destination:C:\DriverBackup` คำสั่งนี้จะสั่งให้ระบบปฏิบัติการสแกนตรวจสอบไดรเวอร์ทั้งหมดที่กำลังใช้งานอยู่ในระบบปัจจุบัน และดำเนินการคัดลอก (Export) แพ็กเกจของไดรเวอร์เหล่านั้นทั้งหมดไปยังโฟลเดอร์ DriverBackup** ที่ถูกสร้างขึ้นภายในไดรฟ์ C:
กระบวนการการสแกนและคัดลอกข้อมูลไดรเวอร์ของ DISM อาจใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยระยะเวลาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับจำนวนไดรเวอร์ย่อยและขนาดของแพ็กเกจที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเครื่องนั้นมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงหรือไดรเวอร์เฉพาะทางจำนวนมาก การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างไดรเวอร์พื้นฐานกับซอฟต์แวร์เสริมเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ควรรับทราบ เพราะ DISM ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับโครงสร้างของระบบปฏิบัติการโดยตรง ไม่ใช่เพื่อสำรองโปรแกรมที่มาพร้อมกับไดรเวอร์เหล่านั้น
หลังจากที่ขั้นตอนการสำรองเสร็จสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดการกับข้อมูลสำรองที่ได้มา ผู้ใช้ควรดำเนินการคัดลอกโฟลเดอร์ DriverBackup ที่ได้จากไดรฟ์ภายในเครื่อง ออกไปยังสื่อบันทึกข้อมูลภายนอกทันที ไม่ว่าจะเป็นแฟลชไดรฟ์ (USB Drive) หรือฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External HDD) การเก็บข้อมูลนี้ไว้ในที่ที่ปลอดภัยและแยกจากระบบปฏิบัติการหลัก จะช่วยรับประกันได้ว่าชุดไดรเวอร์สำคัญชุดนี้จะไม่สูญหายไประหว่างการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ (Clean Install) ซึ่งเป็นเหตุผลหลักของการสำรองข้อมูลชุดนี้
ในส่วนของการนำไดรเวอร์ที่สำรองไว้กลับมาใช้ใช้งานอีกครั้งเมื่อติดตั้ง Windows ใหม่แล้ว จะสามารถทำได้โดยการใช้เครื่องมือใน Device Manager ผู้ใช้จะต้องเข้าไปที่ Device Manager และระบุถึงอุปกรณ์ที่ยังแสดงสถานะว่าขาดไดรเวอร์ หรือเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไดรเวอร์เฉพาะทางในการเชื่อมต่อ เช่น การ์ดเสียง, Wi-Fi Adapter, หรือ LAN Adapter แทนที่จะปล่อยให้ Windows Update ทำการค้นหาไดรเวอร์ใหม่อัตโนมัติ ผู้ใช้ควรเลือกคลิกขวาที่อุปกรณ์ชิ้นนั้น และเลือกตัวเลือก Update driver จากนั้นให้เลือก Browse my computer for drivers เพื่อนำทางไปยังโฟลเดอร์ DriverBackup ที่ได้สำรองไว้ก่อนหน้านี้ เป็นการบังคับให้ระบบใช้ชุดไดรเวอร์ที่เคยใช้งานได้จริงกลับมาติดตั้งอีกครั้ง
การใช้ DISM ในลักษณะนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับไดรเวอร์ประเภทที่ Windows Update อาจมองข้ามหรือหาไม่พบในฐานข้อมูลออนไลน์ เช่น ไดรเวอร์ **ชิปเซต (Chipset) หรืออุปกรณ์เฉพาะรุ่นที่มีการควบคุมด้วยซอฟต์แวร์เพิ่มเติม หรืออุปกรณ์ที่ผู้ผลิตกำหนดให้ต้องติดตั้งด้วยไดรเวอร์เฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่เน้นการปรับแต่ง (Custom Build) หรืออุปกรณ์เฉพาะทาง การมั่นใจได้ว่ามีชุดไดรเวอร์ที่ผ่านการทดสอบและใช้งานได้จริงอยู่ในการสำรองข้อมูล ทำให้กระบวนการตั้งค่าระบบใหม่รวดเร็วและลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอุปกรณ์ไม่ทำงาน (Device Failure) ได้อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจขีดจำกัดของเครื่องมือนี้ด้วย DISM ถูกออกแบบมาให้สำรองเฉพาะแพ็กเกจไดรเวอร์ที่อยู่ในรูปแบบ INF file ซึ่งเป็นไฟล์ข้อมูลการติดตั้งระดับระบบปฏิบัติการเท่านั้น ข้อมูลประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของอุปกรณ์ เช่น แอปพลิเคชันควบคุมไฟ RGB, โปรแกรมจัดการพัดลม, หรือซอฟต์แวร์ตั้งค่าเสียงระดับสูง ซึ่งมักจะถูกสร้างในรูปแบบไฟล์ติดตั้งแบบ EXE หรือโปรแกรมผู้ใช้ทั่วไป จะไม่ถูกสำรองด้วยคำสั่งนี้ ดังนั้น หลังจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ ผู้ใช้จำเป็นต้องกลับไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เสริมเหล่านี้เพิ่มเติมจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิตอุปกรณ์นั้นๆ อยู่ดี เพื่อให้ฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง การจัดการข้อมูลสำรองจึงต้องครอบคลุมทั้งส่วนของ Driver Package และ Application Software
ในภาพรวมแล้ว การเรียนรู้การใช้คำสั่ง DISM เพื่อสำรองไดรเวอร์จึงเป็นทักษะพื้นฐานด้านไอทีที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรมี การทราบถึงการมีอยู่ของเครื่องมือนี้จะช่วยลดความเครียดและความยุ่งยากในการตั้งค่าคอมพิวเตอร์ใหม่อย่างมาก มันไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาในการติดตั้งเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ว่า แม้ระบบปฏิบัติการหลักจะถูกล้างหรือติดตั้งใหม่ ก็ยังมีชุดข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการทำงานของฮาร์ดแวร์หลักทั้งหมดของเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งานเสมอ การดำเนินการด้วยตัวเองโดยใช้คำสั่ง CMD นี้ถือเป็นทางลัดที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่ต้องพึ่งพาบริการจากภายนอกแต่อย่างใด
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- วิธี Backup ไดรเวอร์ Windows 10 และ Windows 11 ด้วยคำสั่งเดียว ก่อนล้างเครื่อง ติดตั้งกลับได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
- ผู้เขียน
- Masuo
- แหล่ง
- DroidSans
- วันที่เผยแพร่
- 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:27



