ช่องโหว่ Coldcard ทำให้ขโมย Bitcoin มูลค่า $70 ล้านใน 41 นาที

ที่มาภาพ: The Hacker News

Security-อ่าน 6 นาทีThe Hacker News

ช่องโหว่ Coldcard ทำให้ขโมย Bitcoin มูลค่า $70 ล้านใน 41 นาที

⚡ สรุป 30 วิ

การอัปเดต firmware ของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard มีข้อบกพร่องทำให้ผู้โจมตีคาดเดา seed และขโมย Bitcoin มูลค่า $70 ล้านภายใน 41 นาที…

การโจมตีที่ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถอธิบด Bitcoin จากกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ของบริษัท Coinkite ได้สำเร็จภายใน 41 นาที ทำให้สูญเสียประมาณ $70 ล้าน หรือ 1,082.65 BTC** การละเมิดนี้เปิดเผยช่องโหว่ระดับ firmware ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหลายแสนคนทั่วโลก

Overview

Coldcard เป็นฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ออกแบบมาสำหรับ Bitcoin อย่างเฉพาะเจาะจงและได้รับการยอมรับในวงการว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดตามมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยบริษัท Coinkite ซึ่งตั้งอยู่ในแคนาดาเป็นผู้พัฒนาและจัดจำหน่าย ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นี้ถูกใช้โดยนักลงทุนสถาบันและบุคคลทั่วไปที่ต้องการเก็บ Bitcoin ไว้ในรูปแบบ “cold storage”

อย่างไรก็ตาม การสำรวจของบริษัทวิจัยด้านความปลอดภัย Galaxy Research พบว่ามีการขโมยเงินจาก 1,196 ที่อยู่ (address) ของ Bitcoin ในช่วงเวลาหนึ่งวัน คือ 30 กรกฎาคม โดยผู้โจมตีสามารถทำรายการโอนออกได้ทั้งหมดภายใน 41 นาที จำนวนดังกล่าวเท่ากับค่าใช้จ่ายประมาณ $70.2 ล้าน** ตามราคาตลาด ณ เวลานั้น

การรั่วไหลของข้อมูลนี้ทำให้วงการคริปโตต้องตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่เคยได้รับการรับรองว่าเป็น “ไม่สามารถเจาะได้” มาก่อน

How the Flaw Occurred

ตามรายงานของ Galaxy Research ช่องโหว่เกิดจาก ข้อผิดพลาดในการรวม firmware ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2021 การอัปเดตนี้ทำให้กระบวนการสร้าง seed (คีย์หลักสำหรับสืบค้นที่อยู่ทั้งหมด) ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยัง **deterministic software pseudorandom number generator (PRNG) แทนที่จะใช้แหล่งความสุ่มจากฮาร์ดแวร์

โดยปกติ PRNG ที่อิงกับซอฟต์แวร์จะต้องพึ่งพาข้อมูลสุ่มที่เชื่อถือได้เพื่อให้ผลลัพธ์ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ในกรณีของ Coldcard การทำงานดังกล่าวกลายเป็น deterministic หรือคาดเดาได้ หากผู้โจมตีมีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ seed ที่ใช้ก่อนหน้า

การที่ฟังก์ชันสร้าง seed ถูกย้ายไปยังซอฟต์แวร์ PRNG ทำให้ความปลอดภัยของกระเป๋าตกอยู่ในระดับที่อาจถูกคำนวณโดยเครื่องมือเฉพาะด้าน โดยไม่ต้องเข้าถึงฮาร์ดแวร์โดยตรง

The Theft Timeline

การโจมตีเริ่มต้นเมื่อ 30 กรกฎาคม ผู้ไม่ประสงค์ดีทำการสแกนที่อยู่ Bitcoin ที่เชื่อมโยงกับ Coldcard ที่อาจมี seed ถูกคาดเดาได้ จากนั้นจึงส่งคำสั่งโอนออกไปยังที่อยู่ของตนเอง

  • **0–10 นาที: ตรวจสอบและยืนยันว่าที่อยู่ที่เลือกสามารถเข้าถึงได้
  • **10–30 นาที: เริ่มทำการส่ง Bitcoin ไปยังหลายๆ ที่อยู่เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการตรวจจับ
  • **30–41 นาที: โอนเงินส่วนที่เหลือให้ครบ 1,196 address

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 41 นาที การโอนทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ผู้โจมตีได้ครอบคลุม Bitcoin มูลค่ามากกว่า $70 ล้านโดยไม่มีการขัดจังหวะจากระบบเฝ้าระวังของเครือข่าย

Investigation Findings

Galaxy Research ใช้วิธีการ blockchain tracing เพื่อติดตามเส้นทางของเงินที่ถูกโอนออก พวกเขาพบว่าแหล่งที่มาของการโจรกรรมสอดคล้องกับการใช้ seed ที่คาดเดาได้จากข้อผิดพลาดของ firmware ด้านบน

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่าผู้โจมตีอาจมี ความรู้ด้าน cryptography ขั้นสูงเพื่อทำให้ PRNG ถูกบิดเบือน หรืออาจเป็นกลุ่มที่เคยเข้าถึงโค้ดของ Coldcard มาก่อน จึงสามารถใช้ช่องโหว่นี้ได้อย่างรวดเร็ว

บริษัท Coinkite ยังไม่ได้ออกคำชี้แจงสาธารณะอย่างเป็นทางการ ณ วันที่เขียนบทความนี้ แต่มีรายงานว่าพวกเขากำลังทำการ patch เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องใน firmware รุ่นต่อไป

Implications for Users

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผู้ใช้ Coldcard และฮาร์ดแวร์วอลเล็ตอื่นๆ ต้องประเมินความเสี่ยงของ ซอฟต์แวร์ที่อัปเดต อย่างรอบคอบ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้ตรวจสอบเวอร์ชั่น firmware ปัจจุบันและทำการอัปเดตเมื่อมีการเผยแพร่แพทช์สำคัญ

นอกจากนี้ การกระจายสินทรัพย์ไปยังหลายที่อยู่ (address) หรือใช้ multi‑signature wallets สามารถลดความเสี่ยงจากการโจมตีประเภทนี้ได้บ้าง แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันการคาดเดา seed ได้โดยตรง แต่จะทำให้ผู้โจมตีต้องเผชิญกับขั้นตอนเพิ่มเติมก่อนจะเข้าถึงสินทรัพย์ทั้งหมด

องค์กรที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระดับใหญ่ควรพิจารณาการตรวจสอบ audit ของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำ penetration testing เพื่อระบุช่องโหว่ที่อาจยังไม่ได้รับการเปิดเผย

Summary

การโจมตีครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าช่องโหว่ระดับ firmware ของ Coldcard สามารถถูกใช้เพื่อขโมย Bitcoin มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ได้ในเวลาอันสั้น การตรวจสอบและอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องจึงเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตทุกคน.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Coldcard Hardware Wallet Flaw Linked to $70 Million Bitcoin Theft in 41 Minutes
ผู้เขียน
info@thehackernews.com (The Hacker News)
แหล่ง
The Hacker News
วันที่เผยแพร่
2 สิงหาคม 2569 เวลา 00:17

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

แฮกเกอร์ขโมยเงินคริปโตมูลค่า 130 ล้านดอลลาร์จากช่องโหว่ใน ColdcardSecurity
-

แฮกเกอร์ขโมยเงินคริปโตมูลค่า 130 ล้านดอลลาร์จากช่องโหว่ใน Coldcard

แฮกเกอร์ใช้งานช่องโหว่ใน firmware ของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ทำให้สามารถขโมยคริปโตจากกระเป๋าออฟไลน์รวมมูลค่ากว่า 130 ล้านดอลลาร์…

TechCrunch6 นาที
เปลี่ยนมาใช้ Proton Pass ค้นพบว่าผู้จัดการรหัสส่วนใหญ่ทำงานไม่เต็มศักยภาพSecurity
5 สิงหาคม 2569 เวลา 04:00

เปลี่ยนมาใช้ Proton Pass ค้นพบว่าผู้จัดการรหัสส่วนใหญ่ทำงานไม่เต็มศักยภาพ

ผู้เขียนทดลองใช้ Proton Pass พบฟังก์ชันครบครันและความปลอดภัยระดับ E2EE ดีกว่า Google Password Manager ที่จำกัดการทำงาน การจัดการรหัสจึงง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น.

XDA Developers6 นาที
ยูเครนผลิตอุปกรณ์ EW Stone Cloak ขนาดแท็บเล็ต รับสิทธิ์จากสหราชอาณาจักรSecurity
4 สิงหาคม 2569 เวลา 04:00

ยูเครนผลิตอุปกรณ์ EW Stone Cloak ขนาดแท็บเล็ต รับสิทธิ์จากสหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรให้งานสิทธิ์ยูเครนผลิตระบบ Stone Cloak ขนาดแท็บเล็ตซึ่งเป็นเทคโนโลยี EW เพื่อต่อต้านโดรนของรัสเซีย…

TechRadar7 นาที
ทรัมป์โทษ Tim Walz ผู้ว่าการมินนิโซตาเรื่องแฮ็กระบบน้ำ แม้หลักฐานชี้อิหร่านเป็นผู้กระทำSecurity
3 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00

ทรัมป์โทษ Tim Walz ผู้ว่าการมินนิโซตาเรื่องแฮ็กระบบน้ำ แม้หลักฐานชี้อิหร่านเป็นผู้กระทำ

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหา Tim Walz ว่าเป็นผู้รับผิดชอบการโจมตีระบบน้ำของรัฐ มินนิโซตา แม้หลายหน่วยงานระบุว่าอิหร่านมีโอกาสสูงสุด…

The Verge5 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!