EU กำหนดให้อุปกรณ์พกพาต้องมีแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนได้ง่าย

ที่มาภาพ: The Verge

Mobile2 มิถุนายน 2569 เวลา 15:00อ่าน 6 นาทีThe Verge

EU กำหนดให้อุปกรณ์พกพาต้องมีแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนได้ง่าย

⚡ สรุป 30 วิ

สหภาพยุโรปออกกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตอุปกรณ์พกพาออกแบบให้แบตเตอรี่สามารถเปลี่ยนได้เองหรือโดยศูนย์ซ่อมที่รับรอง. มาตรการนี้มุ่งยืดอายุผลิตภัณฑ์…

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมอุปกรณ์พกพาเกิดขึ้นเมื่อสหภาพยุโรป (EU) ผ่านกฎหมายใหม่ที่บังคับให้ผู้ผลิตต้องออกแบบอุปกรณ์ให้มี แบตเตอรี่ที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนได้ อย่างง่ายดาย การตัดสินใจนี้มุ่งเพิ่มอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงความสามารถในการซ่อมแซม และส่งเสริมการรีไซเคิล ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของแนวโน้ม “right‑to‑repair” ในระดับโลก

ที่มาและบริบท

กฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ EU ที่จะตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทศวรรษที่ผ่านมา การใช้แบตเตอรี่ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ทำให้ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เมื่อต้องการแบตเตอรี่ใหม่ ส่งผลให้เกิดการทิ้งอุปกรณ์ที่ยังใช้งานได้ส่วนอื่นอยู่ นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคและองค์กรสิ่งแวดล้อมได้เร่งเรียกร้องให้มีมาตรฐาน “right‑to‑repair” ที่เป็นมาตรฐานสากล

ก่อนหน้านี้ EU ได้ออกกฎหมาย Commission Regulation (EU) 2023/1670 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาโดยมุ่งเน้นเฉพาะ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต กฎหมายนี้กำหนดให้ผู้ผลิตต้องออกแบบให้แบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยผู้ใช้เองหรือโดยศูนย์บริการที่ได้รับการรับรอง การดำเนินการนี้เป็นการทดลองระดับย่อยก่อนขยายผลไปยังอุปกรณ์ประเภทอื่นในอนาคต

รายละเอียดของกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยสองฉบับหลัก

  • Commission Regulation (EU) 2023/1670 – มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2023 สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ระบุว่าผลิตภัณฑ์ต้องมีการออกแบบที่อำนวยความสะดวกในการถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยไม่ต้องทำลายโครงสร้างของอุปกรณ์
  • Regulation (EU) 2023/1542 – กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในปีถัดไป (2024) โดยขยายขอบเขตครอบคลุมอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ เช่น แล็ปท็อปและอุปกรณ์สวมใส่

ข้อกำหนดหลักของกฎหมายเหล่านี้รวมถึงการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องจัดทำคู่มือการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เข้าใจง่าย การระบุอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อย่างชัดเจน และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วแก่ผู้บริโภค

ผลกระทบต่อผู้ผลิต

ผู้ผลิตอุปกรณ์พกพาต้องปรับกระบวนการออกแบบและการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ การทำให้แบตเตอรี่เป็นโมดูลที่ถอดเปลี่ยนได้ต้องพิจารณาเรื่องความหนาแน่นของพลังงาน การป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี และความทนทานต่อการใช้งานหลายครั้ง นอกจากนี้ บริษัทต้องจัดทำสต็อกส่วนประกอบแบตเตอรี่สำรองและพัฒนาช่องทางบริการซ่อมแซมที่ได้รับการรับรอง

สำหรับแบรนด์ระดับใหญ่ที่เคยพึ่งพาโมเดล “thin‑and‑light” การปรับตัวอาจเพิ่มต้นทุนการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามกฎหมายจะทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงตลาด EU ได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายและอาจเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อความยั่งยืนของแบรนด์

ผลกระทบต่อผู้บริโภค

ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากความสามารถในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเองหรือผ่านศูนย์บริการที่ได้รับการรับรอง ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใหม่ การมีคู่มือการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ชัดเจนยังช่วยลดความเสี่ยงจากการทำผิดพลาดที่อาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย

ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับแบตเตอรี่แทนที่ที่มีคุณภาพสูง เนื่องจากผู้ผลิตอาจต้องกำหนดราคาที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและการรีไซเคิล อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความโปร่งใสในข้อมูลอายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการซื้อและการบำรุงรักษาได้ดีขึ้น

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและตลาด

จากมุมมองสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้โดยผู้ใช้เองหรือศูนย์บริการที่รับรอง คาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ การรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วยังสามารถนำวัสดุสำคัญกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต ลดความต้องการแร่ธาตุหายาก

ตลาดอุปกรณ์พกพาใน EU อาจเห็นการปรับตัวของผู้ผลิตต่างชาติที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการตรวจสอบสุขภาพของแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง

สรุป

กฎหมาย Commission Regulation (EU) 2023/1670 และ Regulation (EU) 2023/1542 ของสหภาพยุโรปกำหนดให้ผู้ผลิตอุปกรณ์พกพาต้องออกแบบให้มี แบตเตอรี่ที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนได้ การบังคับใช้เหล่านี้คาดว่าจะเพิ่มอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเปลี่ยนแนวโน้มของตลาดเทคโนโลยีสู่ความยั่งยืนมากขึ้น.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
User-replaceable batteries are coming back in a big way
ผู้เขียน
Dominic Preston
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
31 พฤษภาคม 2569 เวลา 19:00

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้โหมดเดสก์ท็อปของ Pixel เชื่อมต่อจอภาพเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ไม่ต้องพกแล็ปท็อปอีกเลยMobile
28 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:30

ใช้โหมดเดสก์ท็อปของ Pixel เชื่อมต่อจอภาพเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ไม่ต้องพกแล็ปท็อปอีกเลย

Pixel Desktop Mode บน Android 16 ทำให้ผู้ใช้เชื่อม Pixel กับจอภาพผ่าน USB‑C หรือ Chromecast แล้วใช้งานในรูปแบบเดสก์ท็อปได้เลย. ด้วยการรองรรับคีย์บอร์ด…

XDA Developers8 นาที
Honor Power3 มุ่งเพิ่มแบตเตอรี่ถึง 10 000‑12 000 mAh แต่อาจปรับลงสู่ 10 000 mAhMobile
27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:30

Honor Power3 มุ่งเพิ่มแบตเตอรี่ถึง 10 000‑12 000 mAh แต่อาจปรับลงสู่ 10 000 mAh

Honor กำลังพัฒนา Power3 ที่คาดว่าจะใช้แบตเตอรี่ขนาดอย่างน้อย 10 000 mAh หลังจากเคยมีข่าวลือว่ามีเป้าหมายถึง 11‑12 k mAh.…

GSMArena6 นาที
Apple เปิดโครงการเช่าอุปกรณ์ Apple Upgrade, ปรับราคา Apple Music, และเปิด iOS 27 beta 4Mobile
26 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:00

Apple เปิดโครงการเช่าอุปกรณ์ Apple Upgrade, ปรับราคา Apple Music, และเปิด iOS 27 beta 4

Apple ทดลองโปรแกรมเช่าอุปกรณ์ ‘Apple Upgrade’ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค พร้อมเพิ่มค่าบริการ Apple Music และเปิดตัว iOS 27 beta 4…

9to5Mac9 นาที
Qualcomm ปล่อยซิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 SM8850‑1‑AB ราคาต่ำสุด 4,000 CNYMobile
25 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:30

Qualcomm ปล่อยซิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 SM8850‑1‑AB ราคาต่ำสุด 4,000 CNY

Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่น SM8850‑1‑AB มีคะแนน Geekbench 6 ใกล้เคียงกับ SM8850‑AC และมุ่งเน้นราคาต่ำกว่า 4,000 CNY (≈590 USD)…

GSMArena6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!