LinkedIn เปิดปุ่ม “Seems like AI slop” เพื่อให้ผู้ใช้รายงานเนื้อหา AI สร้าง

ที่มาภาพ: The Verge

AI-อ่าน 7 นาทีThe Verge

LinkedIn เปิดปุ่ม “Seems like AI slop” เพื่อให้ผู้ใช้รายงานเนื้อหา AI สร้าง

⚡ สรุป 30 วิ

LinkedIn เพิ่มปุ่ม “Seems like AI slop” ในเมนูรายงานเพื่อให้ผู้ใช้แจ้งโพสต์ที่ดูเหมือนสร้างโดย AI ระบบจะบันทึกข้อมูลและส่งต่อทีมตรวจสอบ…

LinkedIn ประกาศเปิดตัวปุ่มใหม่ “Seems like AI slop” เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรายงานโพสต์ที่ดูเหมือนสร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้โดยตรง การเพิ่มฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดเนื้อหา AI slop บนแพลตฟอร์มซึ่งตามการตรวจจับของเครื่องมือ Pangram พบว่าโพสต์ยาวบน LinkedIn ประมาณ 41 เปอร์เซ็นต์ ถูกระบุว่าถูกสร้างขึ้นโดย AI ทั้งหมด

Overview

LinkedIn ระบุว่าการเพิ่มปุ่ม “Seems like AI slop” จะทำให้ผู้ใช้มีช่องทางแจ้งเตือนที่ชัดเจนเมื่อพบโพสต์ที่อาจเป็นผลจากการสร้างเนื้อหาโดยอัตโนมัติ ปุ่มนี้จะปรากฏใต้เมนู “Report” ของแต่ละโพสต์และส่งข้อมูลไปยังทีมตรวจสอบของ LinkedIn เพื่อทำการประเมินต่อไป

กระบวนการรายงานถูกออกแบบให้ใช้เวลาไม่เกินสองคลิก ผู้ใช้เพียงเลือกปุ่มดังกล่าวแล้วยืนยันเหตุผล ระบบจะบันทึกข้อมูลโดยอัตโนมัติและจัดส่งให้ผู้ดูแลระบบดำเนินการตรวจสอบขั้นต้น การทำเช่นนี้คาดว่าจะช่วยลดจำนวนโพสต์ที่ไม่มีคุณภาพหรือมีลักษณะเป็น “AI slop” ที่อาจทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้เสียหาย

จากมุมมองด้านเทคนิค ฟีเจอร์ใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของ LinkedIn แต่เพิ่มเลเยอร์การตรวจสอบที่เชื่อมต่อกับโมเดล AI ภายในเพื่อช่วยจำแนกเนื้อหาโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนายังเปิดเผยว่าการตัดสินใจสุดท้ายจะอยู่ในมือของผู้ตรวจสอบมนุษย์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดจากการประเมินแบบอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว

Feature Details

ปุ่ม “Seems like AI slop” ทำหน้าที่เป็นช่องทางรายงานที่เจาะจงต่อประเภทของเนื้อหา ซึ่งต่างจากฟีเจอร์ “Report Spam” หรือ “Report Inappropriate Content” ดั้งเดิม ผู้ใช้สามารถเลือกเหตุผลเพิ่มเติมได้ตามรายการต่อไปนี้

  • เนื้อหาดูเหมือนถูกสร้างโดย AI อย่างเต็มรูปแบบ
  • มีลักษณะซ้ำซ้อนหรือคัดลอกจากแหล่งข้อมูลอื่นโดยไม่มีการปรับแต่ง
  • ใช้ภาษาที่ดูไม่เป็นธรรมชาติหรือมีความคลุมเครือสูง

เมื่อผู้ใช้ทำการส่งรายงาน ระบบจะสร้างบันทึกที่รวมถึง URL ของโพสต์, เวลาที่ทำการรายงาน, และเหตุผลที่เลือกไว้ จากนั้นทีมตรวจสอบของ LinkedIn จะดำเนินการประเมินโดยอิงข้อมูลเหล่านี้เพื่อกำหนดว่าควรลบหรือคงไว้ให้กับผู้สร้างโพสต์

Detection Findings

เครื่องมือ AI detector Pangram ที่ใช้ในการสำรวจคุณภาพของโพสต์บน LinkedIn พบว่า 41 เปอร์เซ็นต์ ของโพสต์ยาวถูกระบุว่า “generated entirely by AI” การศึกษานี้อ้างอิงจากข้อมูลที่เผยโดย 404Media และได้รับการสรุปผลในบทความของ The Verge

รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าปริมาณเนื้อหา AI ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโพสต์ที่ผู้ใช้พยายามสร้างภาพลักษณ์มืออาชีพหรือโปรโมทสินค้าผ่านการเขียนข้อความอัตโนมัติ ผลของการมี AI slop มากเกินไปทำให้ผู้ใช้อาจประสบกับข้อมูลที่ขาดความเชื่อถือและเสียเวลาในการคัดกรอง

แม้ว่าการตรวจจับด้วย Pangram จะไม่ได้เป็นมาตรฐานภายใน LinkedIn เอง แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวได้กระตุ้นให้บริษัทพิจารณาเพิ่มระบบการควบคุมเนื้อหาโดยอัตโนมัติรวมถึงการเปิดตัวปุ่มรายงานใหม่เพื่อจัดการกับปัญหานี้อย่างเป็นระบบ

Company Response

หัวหน้าผลิตภัณฑ์ของ LinkedIn, Hari Srinivasan, ให้สัมภาษณ์ในโพสต์บนบล็อกบริษัทว่า “AI slop is a top priority for all of us” และอธิบายว่าทีมงานกำลังทำงานร่วมกับนักวิจัยด้าน AI เพื่อพัฒนาเครื่องมือจำแนกเนื้อหาอย่างแม่นยำ

ตามที่ Srinivasan กล่าว ทีมผลิตภัณฑ์ได้ทำการทดสอบฟีเจอร์ “Seems like AI slop” กับกลุ่มผู้ใช้ระดับเบต้าเป็นเวลา 3 เดือนก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ผลลัพธ์จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าการรายงานโดยผู้ใช้ช่วยลดจำนวนโพสต์ที่ถูกพิจารณาว่าเป็น AI slop ลงประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนแรกของการทำงาน

นอกจากนี้ LinkedIn ยังได้ประกาศว่าจะเพิ่ม “AI content guidelines” ที่ระบุเกณฑ์ชัดเจนสำหรับผู้สร้างเนื้อหา รวมถึงให้คำแนะนำในการใช้เครื่องมือ AI อย่างโปร่งใส เพื่อสนับสนุนความเป็นธรรมและคุณภาพของข้อมูลบนแพลตฟอร์ม

Implications

การเปิดตัวปุ่มรายงาน “Seems like AI slop” มีผลกระทบต่อหลายฝ่าย ผู้ใช้ LinkedIn จะได้รับประสบการณ์ที่ค่อนข้างปลอดภัยจากเนื้อหาที่อาจไม่มีความเป็นจริงหรือถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มระดับความเชื่อถือในข้อมูลอาชีพและธุรกิจบนเครือข่ายนี้ได้

สำหรับนักการตลาดและผู้สร้างคอนเทนต์ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจบังคับให้พิจารณาใหม่เกี่ยวกับวิธีใช้ AI ในการผลิตเนื้อหา โดยต้องยอมรับแนวทาง “เปิดเผยการใช้ AI” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกระบุว่าเป็น AI slop และเสี่ยงต่อการลบโพสต์หรือการลดความน่าเชื่อถือของแบรนด์

ในระดับอุตสาหกรรม การดำเนินการของ LinkedIn นี้อาจเป็นตัวอย่างให้กับโซเชียลแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook, Twitter หรือ TikTok พิจารณาเพิ่มเครื่องมือควบคุม AI slop ของตนเอง เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพข้อมูลและตอบสนองต่อความกังวลของผู้ใช้เกี่ยวกับข่าวปลอมและเนื้อหาที่ผลิตโดยอัตโนมัติ

Summary

LinkedIn เปิดตัวปุ่ม “Seems like AI slop” เพื่อให้ผู้ใช้รายงานโพสต์ที่สงสัยว่าถูกสร้างด้วย AI อย่างเป็นระบบ การกระทำนี้ตอบสนองต่อผลการตรวจจับของ Pangram ที่พบว่า 41 เปอร์เซ็นต์ ของโพสต์ยาวบนแพลตฟอร์มอาจเป็นเนื้อหา AI ทั้งหมดและคาดว่าจะช่วยปรับปรุงคุณภาพข้อมูลบน LinkedIn อย่างมีนัยสำคัญ.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
LinkedIn actually adds a ‘seems like AI slop’ button
ผู้เขียน
Jay Peters
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
31 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:43

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

แพลตฟอร์ม Pangram เผย AI สร้างบทความยาว 41% บน LinkedIn และ 25% บน XAI
12 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:00

แพลตฟอร์ม Pangram เผย AI สร้างบทความยาว 41% บน LinkedIn และ 25% บน X

Pangram ตรวจพบว่า AI ผลิตบทความยาวบน LinkedIn ถึง 41 % และบน X อีก 25 % ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิกจ่าย $20 ต่อเดือนเพื่อสแกนโพสต์ทั้งหมดและรับแจ้งเตือนเนื้อหา…

The Register6 นาที
การเข้าถึง Claude Mythos ไม่อาจปกป้องความเชื่อมั่นของธนาคารอังกฤษAI
29 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:30

การเข้าถึง Claude Mythos ไม่อาจปกป้องความเชื่อมั่นของธนาคารอังกฤษ

Anthropic เปิดตัว AI Claude Mythos เพื่อตรวจจับช่องโหว่ซอฟต์แวร์ แต่ยังไม่มีธนาคารอังกฤษใดเข้าถึง…

TechRadar6 นาที
ให้ AI จัดการตัวเลข แต่ตัดสินใจเชิงอารมณ์ให้อยู่กับมนุษย์AI
29 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00

ให้ AI จัดการตัวเลข แต่ตัดสินใจเชิงอารมณ์ให้อยู่กับมนุษย์

AI สามารถทำงานด้านตัวเลขและสร้างรายงานได้เร็วแม่นยำ แต่การตัดสินใจเชิงอารมณ์ยังต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ การใช้ AI ควรเสริมด้วยการตรวจสอบของมนุษย์

TechRadar7 นาที
Samsung เปิดฟีเจอร์ AI ด้านสุขภาพใน Galaxy Watch Ultra 2 และแอป Samsung HealthAI
28 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:30

Samsung เปิดฟีเจอร์ AI ด้านสุขภาพใน Galaxy Watch Ultra 2 และแอป Samsung Health

Samsung เปิดใช้งาน AI ตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับและจังหวะหัวใจผิดปกติผ่านแอป Samsung Health และ Galaxy Watch Ultra 2.…

TechRadar6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!