SanDisk กับ SK hynix นำมาตรฐาน High Bandwidth Flash สู่โครงการ OCP เพื่อรองรับ AI inference

ที่มาภาพ: TechPowerUp

AI-อ่าน 7 นาทีTechPowerUp

SanDisk กับ SK hynix นำมาตรฐาน High Bandwidth Flash สู่โครงการ OCP เพื่อรองรับ AI inference

⚡ สรุป 30 วิ

SanDisk และ SK hynix เผยสเปคแรกของ High Bandwidth Flash ผ่าน OCP เพื่อให้ latency ลดลงและประสิทธิภาพ AI inference เพิ่มขึ้น.…

การเปิดเผยสเปคเทคนิคแรกของ High Bandwidth Flash (HBF) ผ่านโครงการ Open Compute Project (OCP) โดย SanDisk และ SK hynix ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานระดับโลกสำหรับหน่วยความจำที่ตอบโจทย์การประมวลผล AI inference ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และนักพัฒนาสามารถอ้างอิงกรอบงานเทคนิคเดียวกันได้ ลดความซับซ้อนของการออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและต้นทุนรวม

Overview

โครงการมาตรฐาน HBF ของ OCP เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาหกเดือนในการรวบรวมข้อมูลเชิงเทคนิคและทดสอบระบบต่าง ๆ ผู้ร่วมมือหลักสองบริษัทคือ SanDisk และ SK hynix ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของกระบวนการพัฒนา แหล่งข้อมูลที่เปิดเผยระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นให้เกิด “common technical framework” สำหรับระบบ AI inference ที่ต้องการความจุหน่วยความจำใกล้กับคอมพิวเตอร์ (near‑compute) ขนาดใหญ่และแบนด์วิธสูง

ในขั้นตอนต่อมา Google และ Tenstorrent เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคอนซอร์เชียม พวกเขามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องของเทคโนโลยี (technology validation) และช่วยกำหนดรายละเอียดมาตรฐานให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงในศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์ AI สมัยใหม่ การมีผู้เล่นระดับใหญ่เข้ามาเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวทางของ OCP อย่างเป็นระบบ

Technical Details

สเปค HBF ที่เผยแพร่ผ่าน OCP เน้นที่การเพิ่มแบนด์วิธของหน่วยความจำแฟลชให้สูงกว่าระบบเดิมหลายเท่า ซึ่งทำให้การส่งข้อมูลระหว่างหน่วยประมวลผลและหน่วยเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น การออกแบบนี้ช่วยลดเวลา latency และปรับปรุงอัตราการใช้พลังงานต่อการดำเนินงาน AI inference

หลักการของ High Bandwidth Flash คือการจัดสรรเส้นทางข้อมูล (data pathways) ที่กว้างและเร็วกว่า NAND flash แบบดั้งเดิม พร้อมทั้งเพิ่มความจุของบัฟเฟอร์ภายในเพื่อรองรับการอ่าน‑เขียนแบบต่อเนื่อง การนำเสนอเทคนิคเหล่านี้ในรูปแบบมาตรฐานทำให้ผู้ผลิตชิปสามารถพัฒนา accelerator หรือระบบบนชิป (SoC) ที่ใช้ HBF ได้โดยไม่ต้องออกแบบส่วนเชื่อมต่อใหม่ทั้งหมด

Industry Participation

นอกจาก SanDisk และ SK hynix ผู้เข้าร่วมโครงการอื่น ๆ ได้แก่:

  • Google – ให้ข้อมูลการใช้งานจริงจากศูนย์ข้อมูลและสนับสนุนการทดสอบความเสถียรของ HBF บนแพลตฟอร์ม AI
  • Tenstorrent – นำเทคโนโลยีนี้ไปประเมินบน accelerator ของตนเพื่อวัดผลด้านประสิทธิภาพพลังงาน

การมีผู้เล่นหลายฝ่ายจากสายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทำให้สเปคที่ออกมาตรงกับความต้องการของตลาดอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับเซิร์ฟเวอร์คลาวด์และอุปกรณ์ edge ที่ต้องการการประมวลผลแบบเรียลไทม์

Benefits & Use Cases

สำหรับระบบ AI inference ที่ต้องการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล เช่น การจดจำภาพ วิดีโอ หรือการประมวลผลเสียง ความจุหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นและแบนด์วิธสูงของ HBF ช่วยให้สามารถเก็บโมเดลขนาดใหญ่ใกล้กับคอร์การประมวลผลได้โดยไม่ต้องพึ่งพา DRAM อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้:

  • ลด power consumption ต่อการทำงานหนึ่งรอบ
  • ปรับปรุง performance per watt ของ accelerator ทั้งหลาย
  • ลด **total cost of ownership (TCO) เนื่องจากความจำที่มีอายุการใช้งานยาวนานและค่าใช้จ่ายต่อ GB ที่ต่ำกว่า DRAM

กรณีศึกษาแรก ๆ แสดงให้เห็นว่า การผสาน HBF เข้ากับระบบ inference สามารถทำให้ latency ลดลงประมาณ 30‑40% เมื่อเทียบกับโครงสร้างเดิมที่ใช้ NAND flash ธรรมดา

Market Implications

การเปิดตัวมาตรฐาน HBF ผ่าน OCP มีแนวโน้มกระตุ้นการแข่งขันในตลาดหน่วยความจำสำหรับ AI อย่างชัดเจน ผู้ผลิตอาจเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสเปคนี้เพื่อรองรับลูกค้าขนาดใหญ่เช่นผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังสร้างโมเดล AI ขนาด 1 TB‑ขึ้นไป

ในระยะกลางถึงยาว การนำ HBF ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดสรรทรัพยากรศูนย์ข้อมูล ทำให้ศูนย์ข้อมูลสามารถลดจำนวน DRAM ที่ต้องติดตั้งได้และมุ่งเน้นไปที่หน่วยความจำแฟลชที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ส่งผลต่อโครงสร้างค่าใช้จ่ายและกลยุทธ์การลงทุนของผู้ดำเนินธุรกิจคลาวด์ทั่วโลก

Analysis

จากมุมมองของอุตสาหกรรม การกำหนดมาตรฐานร่วมผ่าน OCP ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการเร่งนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาด เนื่องจาก OCP มีระบบเปิดกว้างและชุมชนผู้พัฒนาที่สามารถตรวจสอบและปรับปรุงสเปคได้อย่างต่อเนื่อง การมี Google และ Tenstorrent เข้ามาร่วมทำให้มาตรฐานนี้ได้รับการทดสอบในสถานการณ์ใช้งานจริงหลายรูปแบบ ลดความเสี่ยงของข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ความสำเร็จในการสร้างสเปค HBF ภายในหกเดือนแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโมเดลความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตชิปและซัพพลายเออร์หน่วยความจำ ซึ่งอาจเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น NVRAM หรือ Compute‑in‑Memory ในอนาคต

Summary

OCP เปิดเผยสเปคแรกของ High Bandwidth Flash (HBF) ที่มาพร้อมกรอบงานเทคนิคเดียวกันสำหรับระบบ AI inference หลังจากทำงานร่วมกับ SanDisk, SK hynix, Google และ Tenstorrent** เป็นเวลาเพียงหกเดือน การมาตรฐานนี้คาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและลดต้นทุนรวมของโซลูชัน AI ในระดับศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์ edge อย่างมีนัยสำคัญ.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
(PR) Sandisk and SK hynix Advance Global Standardization of High Bandwidth Flash with Release of First OCP Technical Specification
ผู้เขียน
btarunr
แหล่ง
TechPowerUp
วันที่เผยแพร่
4 สิงหาคม 2569 เวลา 08:46

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

SK hynix แซง Samsung เป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ด้วยความต้องการ HBM สำหรับ AIAI
25 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

SK hynix แซง Samsung เป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ด้วยความต้องการ HBM สำหรับ AI

หุ้น SK hynix พุ่ง 5.6% ทำมูลค่าตลาด 2,080.4 ตรีลลิออนวอน แซง Samsung เนื่องจากความต้องการหน่วยความจำ HBM สูงจากระบบ AI และออเดอร์จาก Nvidia

Tom's Hardware7 นาที
รัน AI บน NAS UGREEN DXP4800 Pro ด้วย CPU อย่างเดียว ที่ 5 token/วินาทีAI
-

รัน AI บน NAS UGREEN DXP4800 Pro ด้วย CPU อย่างเดียว ที่ 5 token/วินาที

ผู้ใช้ทดลองรันโมเดล AI บน NAS รุ่น UGREEN DXP4800 Pro โดยไม่มี GPU พบอัตราการสร้าง token ประมาณ 5 token ต่อวินาที…

XDA Developers7 นาที
Etched ระดมทุน $10 พันล้านจาก SK Hynix พัฒนา ชิป AI เฉพาะงาน InferenceAI
-

Etched ระดมทุน $10 พันล้านจาก SK Hynix พัฒนา ชิป AI เฉพาะงาน Inference

Etched บริดสตาร์ทอัพชิป AI ของสหรัฐได้รับการสนับสนุนจาก SK Hynix ทำให้มูลค่าประเมินถึง $10.3 พันล้าน บริษัทมุ่งเน้นออกแบบโปรเซสเซอร์เฉพาะงาน inference…

TechRadar6 นาที
Kioxia เปิดตัว CM10 Series SSD PCIe 6.0 แรกของตลาดสำหรับงาน AIAI
-

Kioxia เปิดตัว CM10 Series SSD PCIe 6.0 แรกของตลาดสำหรับงาน AI

Kioxia เปิดตัว CM10 Series SSD ที่ใช้ PCIe 6.0 และ BiCS FLASH generation 10 ทำให้ความเร็วการอ่าน‑เขียนเพิ่มขึ้นถึง 92‑85% สำหรับงาน AI inference.…

TechPowerUp6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!